remember me
 
 

COOL93 fahrenheit on Facebook
My Grooming | My Journey | My Design | My Music | My Smart Life | My Talk | My Variety
108 ชีวิต ของ "แอ๊ด อินเดียน" เขียนโดย มิสเตอร์ที Date : 02/09/2553
m-u-a-y

108 ชีวิต ของ "แอ๊ด อินเดียน" เขียนโดย มิสเตอร์ที
...คนล่าฝัน...“แอ๊ด อินเดียน” ..สู้ชีวิตด้วยสองมือ..อย่างทระนง

        "108 ชีวิต" ฉบับนี้นิตยสาร "ชีวิตต้องสู้" ขอนำเสนอเรื่องราวชีวิตอีกรูปแบบหนึ่งของคนที่มีชื่อว่า "สุพร เมฆลอย" ชายร่างสันทัดผิวเข้ม ผู้เกิดมาเพื่อสู้กับชะตาชีวิตที่พลิกผันอย่างทระนง เขาไม่ยอมให้ใครมากำหนดชะตาชีวิตนอกจากตัวของเขาเอง เขาพร้อมภรรยาและลูกน้อยในชุดคาวบอยและอินเดียนแดงพากันออกตระเวนไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อแสดงโชว์และขายเครื่องหนังหาเลี้ยงครอบครัว จนผู้คนพากันเรียกเขาว่า "แอ๊ด อินเดียน"
        "สุพร เมฆลอย" เป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด แต่ไปเติบโตที่จังหวัดปราจีนบุรี ขณะที่เรียนอยู่ชั้น ม.3 ด้วยฐานะที่ยากจนเขาต้องหยุดการเรียนไว้เพียงแค่นั้น และออกไปรับจ้างทำงานก่อสร้าง จนโยกย้ายเข้าเมืองกรุงจึงได้ไปสมัครเป็นคนงานก่อสร้างอีกครั้งที่บริษัท ช. การช่าง แต่อาชีพก่อสร้างไม่ใช่เป้าหมายในชีวิต เขาจึงดิ้นรนหางานใหม่ทำด้วยการสมัครเป็นกระเป๋ารถเมล์ ข.ส.ม.ก. ทำอยู่ 3 ปี จึงลาออก แต่ด้วยใจรักในงานด้านศิลปะเขาได้ไปฝึกฝนการตัดเย็บเครื่องหนังแบบวิธีครูพักลักจำ ลอกลายเลียนแบบเครื่องหนังจากต่างประเทศไม่ว่าจะเป็น รองเท้าบู๊ต กระเป๋าสตางค์ เข็มขัดหนังลวดลายต่างๆ เสื้อหนังแบบคาวบอย ชุดอินเดียนแดง ซึ่งเป็นงานแฮนด์เมดใช้มือตัดเย็บล้วนๆ ซึ่งเป็นผลงานที่ประณีตและสวยงาม
         จากการที่เขาชอบฟังเพลงเพื่อชีวิตและเป็นสาวกตัวจริงของวง "คาราบาว" อย่างเหนียวแน่น ไม่ว่าวงคาราบาวจะไปเปิดแสดงคอนเสิร์ตที่ไหน "สุพร" เป็นต้องติดตามไปชมทั่วทุกหนแห่ง ถึงขนาดที่เขาเปลี่ยนมาใช้ชื่อเล่นว่า "แอ๊ด" ตามชื่อของ "แอ๊ด คาราบาว" ที่เขาชื่นชอบ แต่ทุกครั้งที่เขาติดตามวงคาราบาวไปก็ไม่ลืมที่จะนำเครื่องหนังจากฝีมือของเขายัดใส่เป้สะพายหลังไปตั้งขายอยู่หน้างานคอนเสิร์ต ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ตที่เขาใหญ่ หรือตามจังหวัดต่างๆ สุพรจะแต่งชุดอินเดียนแดงใส่ชุดที่เขาทำจากขนนกหลากสีสัน เขียนหน้าตาเป็นหัวหน้าเผ่าซึ่งเป็นจุดสนใจของคนที่ได้พบเห็น เขาจะแกะเครื่องหนังโชว์ให้ลูกค้าได้ชมและเลือกซื้อ ซึ่งเป็นอาชีพอิสระที่เขาเองก็ภูมิใจที่ไม่ต้องไปเป็นลูกจ้างใคร และจากการที่เขาชอบแต่งกายเป็นอินเดียนแดงนี่เองแฟนเพลงเพื่อชีวิตจึงได้พากันตั้งฉายาให้เขาว่า "แอ๊ด อินเดียน"
        ด้วยความศรัทธาในวงคาราบาว "แอ๊ด อินเดียน" ได้เก็บหอมรอมริบจนได้เงินจำนวนหนึ่งซึ่งไม่มากมายนักนำไปซื้อที่ดินผืนเล็กๆ ที่จังหวัดสุพรรณบุรีบ้านเกิดของ "แอ๊ด คาราบาว" ซึ่งในช่วงนั้นเขาพบรักกับสาวคนหนึ่งจึงพากันมาอยู่ที่อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี และมีลูกชายคนแรกซึ่งเขาตั้งชื่อว่า "ด.ช.ยืนยง เมฆลอย" ตามชื่อของ "ยืนยง โอภากุล" ซึ่งเป็นชื่อจริงของ "แอ๊ด คาราบาว" ต่อมาจึงคลอดลูกสาวอีกหนึ่งคนคือ "ด.ญ. ณัฐทราวดี" วัย 4 ขวบในปัจจุบัน
        "แอ๊ด อินเดียน" ได้เล่าย้อนความหลังที่สุดแสนจะรันทดให้ทีมข่าว "ชีวิตต้องสู้" ฟังว่า ช่วงที่เขาและครอบครัวพากันมาตั้งรกรากอยู่สุพรรณบุรีนั้นเป็นช่วงชีวิตที่สุดแสนจะลำเค็ญ เขาสร้างบ้านหลังเล็กๆ ไว้อาศัยหลับนอน ปลูกผักกินเองเพื่อเลี้ยงชีพ ถึงแม้เขาจะเป็นคนต่างถิ่นที่ยากจนเงินทองแต่เขาก็ไม่จนน้ำใจ เขาจะนำพืชผักต่างๆ ที่ปลูกได้นำไปแจกจ่ายเผื้อแผ่เพื่อนบ้านจนเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้าน เขามีรถซาเล้งอยู่หนึ่งคันที่ใช้เป็นพาหนะออกตระเวนเก็บขยะทั่วไปในเขตอำเภออู่ทอง รถซาเล้งของเขาจะมีเขาควายสัญลักษณ์ของวงคาราบาวติดไว้ที่ด้านหน้า ซึ่งก็เป็นที่คุ้นตาของชาวบ้านทั่วไปเป็นอย่างดี ขนาดรายการ "สะเก็ดข่าว" ยังเคยมาถ่ายทำไปออกรายการ ช่วงชีวิตของ "แอ๊ด อินเดียน" ในตอนนั้นยิ่งกว่านิยายน้ำเน่า เขาเคยแม้กระทั่งต้องเก็บเศษอาหารจากกองขยะมากินเพื่อประทังชีวิต ต้องอยู่ในความมืดเพราะที่บ้านไม่มีแม้กระทั่งไฟฟ้าและน้ำประปาจะใช้ จนขนาดเมียรักต้องหนีจากทิ้งลูกน้อยไว้ให้ เขาเลี้ยงดูแต่เพียงลำพัง
        เขาตัดสินใจขายที่ผืนน้อยที่สุพรรณบุรีได้เงินมาจำนวนหนึ่ง นำไปซื้อรถตู้เก่าๆ พ่นสีเป็นลวดลายอินเดียนแดงรอบคันประดับด้วยเขาควาย หอบเสื้อผ้าเครื่องมือทำมาหากินและลูกน้อยอีกสองคนพากันมุ่งหน้าสู่เมืองกาญจนบุรี ใช้รถตู้เป็นออฟฟิศเคลื่อนที่เปิดขายเครื่องหนัง ชุดคาวบอย ชุดอินเดียนแดง จากฝีมือตัดเย็บของเขาเอง เขาจะตระเวนขายตามงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว ตามงานแฟร์ งานวัด เขาจะเปิดขายไปทั่วทุกแห่ง และในช่วงนี้เองเขาได้ฝึกฝนให้ลูกชายและลูกสาวแสดงโชว์ในชุดคาวบอยซึ่งก็เป็นที่ประทับใจของคนที่ได้พบเห็น "แอ๊ด อินเดียน" ใช้เวลาปักหลักอยู่ที่เมืองกาญจนบุรีนานกว่า 3 ปี จึงตัดสินใจพาลูกขึ้นรถตู้คู่ชีพมุ่งหน้าสู่เขาใหญ่ ซึ่งที่นั่นจะเป็นถิ่นของคาวบอยไทยที่พากันมาปักหลักทำมาหากินอยู่มากมาย
            เขาอาศัยความคุ้นเคยเซ็นเชื่อน้ำมันรถตามปั๊มต่างๆ ปั๊มละ 200 บาท บางปั๊มก็ 300 บาท จนได้น้ำมันเต็มถังจึงขับรถพาลูกทั้งสองมุ่งสู่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เปิดรถขายงานฝีมือตามงานต่างๆ รับแสดงโชว์ชุดคาวบอยและอินเดียนแดงตามงานทั่วไป นอกจากนี้ก็ยังมีงานแสดงตามรีสอร์ตซึ่งจะมีการจัดงานคาวบอยไนท์ให้นักท่องเที่ยวได้ชม จนกระทั่งมีนายทุนมาเสนอตัวให้รถยนต์ ให้บ้าน เพื่อให้เขาแสดงประจำ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ เพราะชีวิตของ "แอ๊ด อินเดียน" รักความอิสระ และไม่ต้องการเป็นลูกจ้างใคร เขาจึงตอบปฏิเสธความหวังดีไปด้วยใจทระนง 
           เขาพาลูกทั้งสองมาปักหลักอยู่ที่อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี และวิ่งรอกรับงานออกร้านและงานแสดงอยู่ในแถบเขาใหญ่ นอกจากนี้ก็ยังเดินทางไปแสดงทั่วประเทศด้วยรถตู้คู่ชีพที่เขามีอยู่ ช่วงนี้เองที่เขาไม่ค่อยมีเวลาดูแลลูกจึงต้องหาพี่เลี้ยง คือ "คุณจวน" สาวสกลนครมาอยู่คอยดูแลลูกๆ จากความใกล้ชิดกลายมาเป็นความสนิทสนม จนกระทั่งกลายมาเป็นความรัก "แอ๊ด อินเดียน" จึงตกลงปลงใจร่วมชีวิตฉันสามีภรรยากับ "คุณจวน" ด้วยสัญญาที่ว่า "จะต้องรักลูกของเขาเหมือนกับลูกของตัวเอง" คุณจวนตกปากรับคำและก็สามารถทำหน้าที่แม่คอยเลี้ยงดูลูกทั้งสองได้เป็นอย่างดี และช่วยกันทำมาหากินแบบครอบครัว พ่อ...แม่..ลูก

        "แอ๊ด อินเดียน" เล่าต่อไปว่า ช่วงที่มาอยู่เขาใหญ่ได้พบปะกับคนที่มีใจรักและชอบในสิ่งเดียวกัน..นั่นก็คือ ชีวิตที่สันโดษ แบบฉบับของคาวบอยตะวันตก และชีวิตนักสู้แบบฉบับของอินเดียนแดง จึงได้รวมตัวกันเป็น กลุ่มโดยมี "แอ๊ด อินเดียน" เปรียบเสมือนเป็นพี่ใหญ่ รับงานแสดงต่างๆ เช่น โชว์บ่วงบาศ พ่นไฟ ควงปืน ควงมีด ขวาน แส้ และสตั๊นโชว์ ตระเวนแสดงตามสถานที่ต่างๆ และที่เขาใหญ่ซิตี้ ซึ่งตัวเขาเองนั้นเปรียบเสมือนเป็นทั้งพี่และเพื่อนของคนในกลุ่ม ถึงแม้ตนเองนั้นจะไม่ได้ร่ำรวย แต่เมื่อน้องๆ มาขอความช่วยเหลือก็จะให้ของที่ตนเองทำขึ้นเพื่อนำไปขาย บางคนขายของได้กำไรก็นำต้นทุนมาคืน แต่ก็มีบางคนขายของได้แต่ไม่นำเงินมาใช้คืนก็ยังมี แต่เขาเองก็ไม่เคยปริปากบ่น คิดแต่เพียงว่าเป็นการช่วยเหลือให้น้องๆ มีรายได้ และทุกวันนี้ "แอ๊ด อินเดียน" มีความสุขกับงานที่เขารัก ถึงแม้จะไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็สามารถทำมาหากินเลี้ยงครอบครัวได้โดยงอนง้อขอใครกิน
        นี่ก็คือเรื่องราว 108 ชีวิตที่หลากหลายในสังคมไทย ซึ่งแต่ละคนก็มีจุดเริ่มต้นและจุดจบที่แตกต่างกันไป อยู่ที่ว่าใครจะเลือกทางเดินชีวิตในรูปแบบไหน แต่ที่จริงแท้และแน่นอนก็คงจะหนีไม่พ้นคำกล่าวที่ว่า "ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จย่อมอยู่ที่นั่น" ซึ่งเป็นสุภาษิตของไทยที่นำมาใช้เตือนใจได้ทุกยุคสมัย...
        สำหรับท่านที่ต้องการจะสนับสนุนครอบครัวอินเดียนแดง สามารถติดต่องานแสดงได้ที่  08-7101-8834 !!!

 
profile max@dress pm jame@msn.com http://jame.hi5.com send email  
  Edite Delete
 
     
 

กรุณา Login ก่อนตอบกระทู้ ค่ะ