| ที่อยู่ : |
155 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ |
| เบอร์โทร : |
02-126-8866 ต่อ 1231 -1232 |
| Email : |
restaurants.bangkok@fourseasons.com |
| Website : |
www.fourseasons.com |
| แผนที่ : |
|
|
| การเดินทาง : |
ใช้ถนนราชดำริ ตรงไปทางซอยมหาดเล็กหลวง จะผ่านโรงแรมแกรนด์ไฮแอทเอราวัณ ตรงไปจนเห็นโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ อยู่ทางซ้ายมือ ตรงข้ามกับโรงพยาบาลตำรวจ ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าราชดำริ ประมาณ 100 เมตร
ที่จอดรถ : ลานจอดรถในตัวอาคารของโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ
|
|
บุฟเฟ่ต์วันอาทิตย์กลางวันที่เรียกว่าซันเดย์บรั๊นช์ ติดอันดับท็อป 5 ในดวงใจผมด้วยอีกแห่งก็คือ ซันเดย์บรั๊นช์ที่โรงแรมโฟร์ซีซันส์ กรุงเทพฯ ถนนราชดำริ ช่างเป็นบุฟเฟ่ต์ที่อัดแน่นด้วยคุณภาพ มากมายเสียจนต้องจัดกระจายอยู่เต็ม 3 ห้องหรือ 3 โซน ทั้งห้องเมดิสัน อควา และสไปซ์มาร์เก็ต
ก่อน 11 โมงครึ่งอันเป็นเวลาเปิดจะมีฝูงชนมายืนออรอคิวกันเต็มไปหมด ทั้งๆที่ต่างก็โทรจองล่วงหน้ามาแล้ว ต้องบอกว่ามีโอกาสเพียงน้อยนิดที่จะได้เข้าชิมโดยไม่ได้จองมาก่อน ทุกคนยอมจ่ายต่อหัวที่ 2450 บาท++ หรือ 2883.65 บาทสุทธิ เพราะรู้ว่าอร่อยคุ้มค่าเกินราคาที่จ่ายไปจริงๆ มาดูกันเถอะว่ามีอะไรดีถึงขนาดนั้น
มุมโปรดที่ผมเดินเทียวไปเทียวมาชิมแล้วชิมอีกก็คือมุมฟัวกราส์ตับห่าน ตั้งอยู่ที่โซนโอเพ่นแอร์ของห้อง อควา(Aqua) ที่โรงแรมโฟร์ ซีซันส์นี้ขึ้นชื่อเรื่องตับห่านมาช้านาน ซึ่งในบุฟเฟ่ต์ไม่ได้มีแค่ตับห่านสดๆนาบกระทะราดซอสพอร์ทไวน์เป็นชิ้นๆเท่านั้น แต่ยังมีของอร่อยล้ำ พูดอยู่ตอนนี้ยังอยากกินอีกเลย นั่นก็คือไส้กรอกตับห่านที่ทั้งหนึบทั้งนุ่มหอมมัน ถ้าชอบมันๆต้องเลือกชิมคัสตาร์ดตับห่านเนื้อเนียนๆใส่น้ำมันเห็ดทรัฟเฟิลด้วย นอกจากนี้ยังมีเทอรีนตับห่านที่ทำเป็นเยลลี่อีกด้วย
เมนูบุฟเฟ่ต์ยอดนิยมที่ขาดไม่ได้สำหรับคนไทยคือมุมอาหารญี่ปุ่น มีปลาดิบซูชิ ทั้งแซลมอน ทูน่า ปลาหมึกยักษ์ ซาบะดอง ปูอัด และปลาไหลย่าง กรวยแคลิฟอร์เนีย ตลอดจนเส้นบะหมี่โซบะเย็น ชาบูชาบูเนื้อทำร้อนๆ ถัดมาเป็นมุมพาสต้าจานเส้นที่คุณสามารถไปยืนเลือกชี้เอาได้เลยว่าจะใส่อะไรบ้างซึ่งมีเป็น 10 ชนิดเลย
อาหารที่หากินได้ยากสำหรับบุฟเฟ่ต์ที่อื่นๆก็คืออาหารอินเดีย มีไก่ย่างธันดูรีสีส้มสดเสียบแท่งเหล็กปิ้งในเตาให้เห็นกันจะๆ กินกับแป้งนาน(Nann)ธรรมดาหรือนานรสกระเทียม ถ้าชอบกรอบๆเหมือนข้าวเกรียบก็ให้เลือกกินกับแป้งปาปาดัม(Papadum) จิ้มกับไรต้า(Raita)ที่ทำจากโยเกิร์ต และแกล้มหอมดองชิ้นเล็กๆอร่อยเต็มคำ
ส่วนแกงกะหรี่อินเดียนั้นมีแกงถั่วหรือแกงดาล(Daal Makhani) แกงผักใส่มันฝรั่ง ดอกกะหล่ำและถั่วลันเตา(Aloo Gobi Mutter) แกงไก่(Kadhai Murgh) ทั้งหมดที่ว่ามานี้มีรสชาตินุ่มนวลถูกปากคนไทย กลิ่นเครื่องเทศไม่แรงจนเกินไป
มุมพิเศษกว่าที่อื่นๆก็คืออาหารตะวันออกกลาง ตัวชูโรงคือเคบับไก่ที่เสียบแท่งเหล็กหมุนๆให้ดูเลย นอกจากนี้เครื่องจิ้มแบบตะวันออกกลางหลายอย่าง ขออธิบายไว้เผื่อใครอยากลอง ที่รสชาติดีมากๆคือฮัมมัส(Hommous)ทำจากถั่วชิคพีบดปรุงรสด้วย Tahina ซึ่งเป็นเมล็ดงาบดผสมกับน้ำมันจนข้นๆมันๆ ผสมกันจนเนื้อเนียน ล้าบเน่(Labneh) ทำจากโยเกิร์ตปรุงรสด้วยกระเทียม เกลือ พริกไทย รสหอมมัน บาบากาโนช(Baba Ghanoush)ทำจากมะเขือม่วงเผาแล้วนำมาสับปรุงรส สลัดผักสับเรียกตาบูเล่(Tabouleh) เอาเป็นว่าไปถามพนักงานเขาเลยก็แล้วกันว่าอะไรหน้าตาเป็นอย่างไร เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ชิมของแปลกใหม่แล้วนะครับ
อาหารจีนขวัญใจคนไทยตลอดกาลก็มี หมูแดงกับหมูหันสไตล์ฮ่องกงกินกับหม่านโถวร้อนๆลืมอ้วนไปเลย อีกทั้งซุปเสฉวนรสอมเปรี้ยว ขนมจีบ ฮะเก๋าร้อนๆ
พูดไปยังไม่ถึงครึ่งเลย หมดเวลาเสียแล้ว มาต่อกันคราวหน้านะครับว่ามีอะไรดีอีก
ตอน 2
มาต่อกันถึงสุดยอดบุฟเฟ่ต์ในดวงใจของผม ซันเดย์บรั๊นช์ที่โรงแรมโฟร์ซีซันส์ กรุงเทพฯ ถนนราชดำริ คราวที่แล้วยังพรรณนาไปไม่ถึงไหน มาลุยกันต่อเลยนะครับ
อย่างที่บอกไว้ว่าที่นี่เขาจัดเต็มถึง 3 ห้องอาหารทีเดียว ตรงโซนโอเพ่นแอร์ของห้อง อควา มีของหากินได้ยากต้องซันเดย์บรันช์ห้าดาวเท่านั้นถึงจะมี คือไข่ปลาต่างๆที่ฝรั่งเรียกว่าฟิชโร(Fish Roe)วางเรียงบนอ่างน้ำแข็ง มีไข่ปลาคอด ไข่ปลาแซลมอนสีส้มเม็ดโต ไข่ปลาลัมพ์ฟิช(Lump Fish)สีส้มสดเล็ก ไข่ปลาสีเขียว สีเหลือง สีดำ กินกับบลินีส์คือแพนเค้กรัสเซียชิ้นกลมเล็กเท่าเหรียญ ราดด้วยซาวร์ครีม ไข่ต้ม มะนาว อร่อยแบบผู้ดีฝรั่ง
ใครตื่นสายยังอยากกินอาหารเช้า เขาก็มีไข่ต่างๆเสิร์ฟพร้อมเบคอน ไส้กรอก แฮมรมควัน มะเขือเทศสด อีกทั้งแพนเค้กรสผลไม้เบอร์รี่ วาฟเฟิล มัฟฟิน ขนมปังก้อน ครัวซองต์แบบฝรั่งเศส เนย แยม ครีมชีส ตับบด เรียกว่าแค่กินอาหารเช้ามุมนี้ก็อิ่มแปล้แล้ว
ด้านในห้องเมดิสันก็วิเศษไม่น้อยหน้าด้านนอก มีอาหารทะเลชั้นเยี่ยมเกรดท็อปๆจัดวางเรียงรายอยู่บนน้ำแข็ง ที่พิเศษมากห้ามพลาดเลยคือก้ามล็อบสเตอร์หรือก้ามกุ้งมังกรสีแดงสดก้ามโตๆ นอกนั้นก็มีกั้งหิน กุ้งลายเสือ หอยเชลล์ หอยนางรมซิดนีย์ร็อค และหอยแมลงภู่จากทาสมาเนีย ออสเตรเลีย
กลับหลังหันมาอีกฝั่งเป็นสถานีปิ้งย่าง ล้วนแล้วแต่เป็นของดีๆคัดมาทั้งนั้น มีทั้งกั้งหิน เนื้อเซอร์ลอยน์กับเนื้อสันในออสเตรเลีย กุ้งลายเสือ ปลาแซลมอน ปลาทูน่าอกามิ ซี่โครงแกะ ปลาหมึก ไส้กรอกโฮมเม้ด ไส้กรอกเนื้อลูกวัว ปลากะพง เอาใบเล็กๆที่เขียนเบอร์โต๊ะของเรามาให้ เดี๋ยวปิ้งย่างสดๆส่งให้ถึงที่เลย ไม่ต้องยืนรอ ส่วนซอสจิ้มนั้นใส่ในถ้วยแก้วเล็กๆวางอยู่เต็มไปหมดทั้งน้ำจิ้มซีฟู้ด น้ำส้มสายชูหมักใส่หอมแดง ซอสวาซาบิผสมกับมายองเนส ซอสคอกเทลสีชมพู(ผมชอบตัวนี้) สีแดง และซอสทาร์ทาร์ หยิบไปลองหมดทุกอย่างเลยก็แล้วกันว่าชอบตัวไหน
ข้างๆมุมปิ้งย่างมีของดีคริสปี้พอร์คลอยน์(Crispy Pork Loin) หมูส่วนซี่โครงติดมันย่างหนังกรอบๆเหมือนกินหมูกรอบอย่างเลิศทีเดียว เนื้ออบหรือโรสต์บี๊ฟก็นุ่มเพราะเป็นเนื้อชั้นดีไพร์มริบ(Prime Rib) บางครั้งก็มีเป็ดย่าง ไก่อบหมุนเวียนเปลี่ยนไป อยากกินซุปก็ถามตรงนี้ได้เลยว่าวันนี้มีซุปอะไร
อีกด้านส่วนที่นั่งชิมของห้องเมดิสันเป็นมุมสลัด มีแซลมอนรมควันโฮมเม้ดทำเอง ซีซาร์สลัด ผักออร์แกนิกต่างๆชั้นดีเช่นใบโรเมน แอสพารากัส หัวอาติโช้คดอง อีกมุมมีซาลามี แฮม ของรมควันทั้งหลาย อีกทั้งชีสจากสวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี ฝรั่งเศส ในวันที่ไปชิมนั้น เขาเน้นชีสจากแคว้นต่างๆของฝรั่งเศส ทั้งชีสทำจากนมวัว นมแพะ และชีสที่มีรากินได้เป็นที่ชื่นชอบของฝรั่ง สำหรับมือใหม่หัดชิมนั้น ขอแนะนำชีสบรี(Brie)นุ่มๆกลิ่นรสไม่แรงถูกปากคนไทย กินกับผลไม้แห้งต่างๆ
มา 4 Seasons ต้องเก็บท้องสัก 1 ใน 3 ไว้สำหรับของหวานด้วย ที่ผมชอบมากๆคือเคร้ปซูเซทใส่ซอสส้มหอมๆ ตักส้มสดใส่ไปด้วยหลายๆกลีบยิ่งหอมชื่นใจ กินกับไอศกรีมรสวานิลลา ซึ่งต้องเดินไปตักอีกด้านหนึ่ง พูดถึงไอศกรีมมีรสแปลกๆด้วยเช่นรสป๊อบคอร์นหรือข้าวโพดคั่ว แค่เลือกชิมไอศกรีมก็สนุกแล้ว ใกล้กับสถานีเคร้ป มีของอร่อยอบให้ใหม่ๆร้อนคือบานาน่าซูเฟล่หอมกลิ่นกล้วย กินกันให้ท้องระเบิดไปเลย
ขนมเค้กและเพสตรี้ขนมอบนั้นมีวางเต็มจนลานตาบนโต๊ะยาวหลายเมตรสุดลูกหูลูกตา มีทั้งทีรามิสุ บราวนี่ เดนนิชเพสตรี้ เครมบรูเล่ ช็อกโกแลตพราลีน เค้กช็อกโกแลตซาเคอร์ ชีสเค้ก ทาร์ตผลไม้ คุ้กกี้ เชอรี่ครัมเบิ้ล ดูสีสันสดใส น้ำตาล เขียว แดง เหลือง ส้ม น่ากินไปหมด
นี่ไม่นับเครื่องดื่มสารพัดที่ดื่มชิมได้ไม่อั้น รวมไปถึงน้ำผลไม้สดจากผลไม้แท้ๆ โชว์ให้เห็นเลย
หน้าห้องสไปซ์มาร์เก็ตที่แปลว่าตลาดเครื่องเทศ มีหมูสะเต๊ะ ไก่สะเต๊ะ ลูกชิ้นปิ้งทั้งเนื้อและหมูไส้กรอกอีสานปิ้งเตาถ่านร้อนๆไว้คอยบริการ ส่วนด้านในห้องมีข้าวเกรียบปากหม้อ เมี่ยงคำ ยำวุ้นเส้น ส้มตำ ยำทะเล หมุนเวียนเปลี่ยนไป
|
|
 |
|
|
|