| ที่อยู่ : |
226 ระหว่างซ.ประดิพัทธ์18-20 ถ.ประดิพัทธ์ สามเสนใน พญาไท กรุงเทพฯ 10400 |
| เบอร์โทร : |
0-2270-0816-7 |
| Email : |
- |
| Website : |
- |
| แผนที่ : |
|
|
| การเดินทาง : |
- |
|
เปิดบริการ 11.00 -22.00 น. ทุกวัน (ครัวปิด 21.30 น.) หยุด วันอาทิตย์ที่ 2 และ 4 ของเดือน
แนะนำ ปลาตะเพียนทอดน้ำปลา ไข่เค็มดาว ลูกชิ้นปลากรายผัดฉ่า ต้มยำปลาม้าหม้อไฟผัดผักกระเฉด หลดบัวผัดกุ้ง กุ้งแม่น้ำทอดเกลือ ข้าวผัดเกลือ เค้กใบเตยมะพร้าวอ่อน ขนมต้มใบเตย บัวลอยเผือกมะพร้าวอ่อน
ครัวกระแต เป็นของพี่กระแตผู้ใจดี คนอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ที่โน่นถ้าใครเอ่ยถึงร้านแพกระแต คนแถวนั้นจะต้องร้องอ๋อด้วยความเสียดายกันทั้งนั้น เพราะร้านอร่อยนี้อยู่คู่กับอำเภอสองพี่น้องมา 17 ปี แต่ย้ายถิ่นฐานมาเปิดร้านตรงย่านประดิพัทธ์ได้ 6 ปีกว่าแล้ว
ทำเลที่ตั้งร้านนั้นอยู่ในซอยโรงหนังประดิพัทธ์เก่า(เป็นที่ส่วนบุคคลไม่มีชื่อซอย) อยู่ระหว่างซอยประดิพัทธ์ 18 และ 20 เขาปรับปรุงด้านล่างของโรงหนังให้กลายเป็นร้านอาหารครัวกระแต กว้างขวางน่านั่งติดเครื่องปรับอากาศเย็นสบาย
ส่วนทางเข้าด้านหน้าถนนนั้น ถึงแม้จะไม่มีป้ายชื่อซอยแต่ก็มีป้ายชื่อร้านครัวกระแตตั้งอยู่ตรงปากทาง หาไม่ยากหรอก วิ่งตรงเข้ามาผ่านตึกแถวไม่กี่ห้องก็จะถึงอาคารโรงหนังเก่ามีที่จอดรถล้อมรอบ
ลูกค้าที่นี่ต่างก็เป็นขาประจำทั้งคนทำงานและที่มากันเป็นครอบครัวก็มีเยอะ ทุกคนติดใจในรสมือของพี่กระแตซึ่งลงมือปรุงด้วยตนเอง มีผู้ช่วยที่อยู่มาตั้งแต่เริ่มร้านอีก 2-3 คน ได้น้องสะใภ้ช่วยดูแลด้านหน้า ส่วนน้องกวางลูกสาวนั้นเก่งเรื่องขนมเค้กและกาแฟสด อีกทั้งยังเข้าครัวได้อีกด้วย
วัตถุดิบของสดส่วนใหญ่ส่งตรงจากอำเภอสองพี่น้องอาทิตย์ละ 2 วัน พี่กระแตไปคัดสรรมาเอง แล้วจะไม่ให้อร่อยอย่างพื้นบ้านสุพรรณบุรีได้อย่างไร
เมนูร้านครัวกระแตล้วนแล้วแต่หากินยากในเมืองกรุงแทบทั้งนั้น อย่างปลาตะเพียนทอดน้ำปลา(ราคาตามขนาด อย่างในรูป 2 ตัว 120 บาท) ดูชื่อแล้วธรรมดา แต่ขอยกมือเชียร์ 2 ข้างเลยว่าห้ามพลาดเป็นอันขาด ปลาตะเพียนในลำคลองเนื้อแน่นหวานหอม ไม่ใช่ปลาเลี้ยงที่มีกลิ่นโคลน ฤดูฝนน้ำหลากอย่างนี้ปลามีไข่เต็มท้อง แต่ทอดแล้วหนังจะเป็นสีดำ ไม่ต้องตกใจนึกว่าทอดไหม้นะจ๊ะ ขอบอกว่ากรอบนอกนุ่มในหอมหวานด้วยน้ำปลากำลังดี ไม่เค็มปรี๊ดหรือหวานเจื้อย กินคนละตัวไม่พอหรอก ถ้าอยากซื้อกลับบ้าน เขาไม่อยากขายให้หรอกเพราะถ้าทิ้งไว้จะกินไม่อร่อย ต้องกินตอนร้อนๆเลย
อีกอย่างที่โดยทั่วไปถือเป็นของธรรมดา แต่ที่นี่ออกจะพิเศษสุดก็คือ ไข่เค็มดาว(หรือจะต้มก็ได้) สั่งอย่างต่ำ 2 ฟอง สนนราคาฟองละ 14 บาท ทำจากไข่เค็มหอม ซึ่งพี่กระแตลงมือดองน้ำเกลือเอง ทำจากไข่เป็ดของฟาร์มชาวบ้านในอ.สองพี่น้อง เลี้ยงตามธรรมชาติเล้าละ 50-60 ตัว กินหอยกินปลาตามแม่น้ำลำคลอง จึงมีไข่แดงหอมมันสีแดงสด ไข่ขาวไม่เค็มจนเกินไป จะต้มหรือจะดาว สั่งได้ทั้งนั้น พี่กระแตบอกว่าต้องส่องดูไข่ทุกใบว่ามีรอยร้าวหรือไม่ ถ้าร้าวจะคัดออกมิฉะนั้นน้ำเกลือจะซึมเข้าไปทำให้เค็มปี๋ ถ้าติดใจอยากซื้อกลับบ้านก็มีขายเป็นแพ็ค ผมซื้อแพ็ค 10 ฟอง 120 บาท ใส่ตู้เย็นเก็บได้ 3-4 อาทิตย์
ต่อด้วยลูกชิ้นปลากรายผัดฉ่า(150 บาท) สั่งเนื้อปลากรายขูดจากเจ้าประจำที่โน่น เอามานวดปรุงรสเองจนเหนียวหนึบ ผัดฉ่าถึงเครื่องใส่กะเพรา พริกไทยอ่อน พริก ใบมะกรูด กระชาย ฯลฯ รสชาติจัดจ้านแต่กลมกล่อมไม่เผ็ดจัดจนน้ำหูน้ำตาไหล
ต้มยำปลาม้าหม้อไฟ(250 บาท) เนื้อปลาสดอร่อย รสมือแบบพื้นบ้านสุพรรณฯ ใส่หอมแดง พริกแห้ง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด กะเพราเขียวใบเล็ก อร่อยแตกต่างจากรสมือคนกรุง
ส่วนผัดผักที่อร่อยล้นเหลือนั้นคือผัดผักกระเฉด(100 บาท) กินแบบคนสุพรรณที่เน้นแต่ก้านอ่อนๆกรอบๆไม่เน้นใบ ปลูกอยู่ท่าน้ำหน้าบ้านพี่กระแตในอ.สองพี่น้อง หน้าแล้งจะหากินยากหน่อย ส่วนหน้าน้ำหลากอย่างนี้มีกินสบาย แต่บางครั้งขายดีจนหมดต้องจองนะจ๊ะ อีกอย่างที่ควรลองคือหลดบัวผัดกุ้ง(120 บาท) หลดบัวนั้นคือไหลบัวเป็นส่วนของหน่อบัวที่งอกขึ้นมา มีสีอ่อนๆกรอบอร่อยเหลือหลาย ต่างจากสายบัวที่คือก้านของดอกบัวสาย
เมนูเด็ดของสุพรรณฯอย่างกุ้งแม่น้ำทอดเกลือ(โลละ 800 บาท)ก็มีขายที่นี่ เอามันกุ้งในหัวมาคลุกข้าวราดด้วยน้ำมันทอดกุ้งอร่อยเหลือหลาย ร้านนี้เขาไม่มีน้ำจิ้มอะไรหรอกนะจ๊ะ อยากได้น้ำจิ้มซีฟู้ดต้องขอให้เขาทำพิเศษให้
มีอีกเมนูที่ไม่เหมือนใคร ข้าวผัดเกลือ(40 บาท) เอาข้าวหน้าหม้อด้านบนเมล็ดสวยๆมาผัดกับกระเทียมไทยสับที่เจียวให้หอม ปรุงด้วยเกลือ และพริกไทย แค่นี้ก็อร่อยหอมมันแล้ว
ยังมีเมนูพื้นบ้านน่ากินอีกหลายอย่าง อาทิ แกงป่าลูกชิ้นปลากรายที่ขายดีมาก ลูกชิ้นปลากรายทอด ผัดกะเพรา ไก่บ้านคั่ว ฉู่ฉี่ปลาหมอกับปลาหมอทอดน้ำปลา(ปลาหมอจะก้างเยอะหน่อยแต่อร่อยมาก)
แต่ยังอิ่มไม่ได้ถ้าไม่ได้กินขนมหวาน อย่างเค้กใบเตยมะพร้าวอ่อนสดหอมนุ่ม(ชิ้นละ 60 บาท) ขนมต้มใบเตยหอมหวานนุ่มนวลที่ใช้น้ำตาลมะพร้าวกับมะพร้าวอ่อนจากสุพรรณฯ อีกทั้งบัวลอยเผือกมะพร้าวอ่อนที่ต้องถามเดี๋ยวนั้นว่ากำลังทำอยู่หรือเปล่าจะได้จองกินร้อนๆเลย
ร้านครัวกระแตแสนขยันเปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 11 โมงเช้าถึง 4 ทุ่ม หยุดทุกวันอาทิตย์ที่ 2 และ 4 ของเดือน รับรองว่าไปชิมแล้วจะติดใจ กลายเป็นขาประจำไปอีกคนแน่นอน
|
|
 |
|
|
|